เศรษฐกิจพอเพียง - สุดยอดแนวทางฝ่าวิกฤติโลก
posted on 03 Dec 2009 23:16 by no-late in Knowledgeเศรษฐกิจพอเพียง - สุดยอดแนวทางฝ่าวิกฤติโลก
"แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง" ทุกคนคงเคยได้ยินคำๆ นี้ มานับครั้งไม่ถ้วน และทุกคนก็คงทราบดีว่า ผู้ที่คิดค้นแนวคิดนี้คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้ทรงพระปรีชาญาณ เป็นกษัตริย์ "นักคิด" พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยของเราทุกคนนี่เอง แต่ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจแนวคิดของทฤษฎีนี้เพียงผิวเผิน มีน้อยคนนักที่จะเข้าใจแนวคิดนี้อย่างลึกซึ้งและประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมกับกิจการงานของตนเอง วันนี้ผมจึงอยากขออธิบายแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงนี้อย่างคร่าวๆ
ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการบริหารและพัฒนาประเทศ ให้ดำเนินไปใน"ทางสายกลาง" โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ซึ่งไม่ล้าสมัย เพียงแต่การที่พระองค์ทรงยกตัวอย่างทางด้านเกษตรกรรม เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชาชนชาวบ้านต่างจังหวัด ยังทำเกษตรกรรมกันเป็นจำนวนมาก
ความพอเพียง หมายถึง "ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล" รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกัน ในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายใน และภายนอก ยกตัวอย่างเช่น การเปิดบริษัทหรือลงทุนใดๆ ไม่ควรกู้หนี้ยืมสินเกินตัว กู้เท่าที่พอจะชดใช้ได้ ในเวลาอันสั้นที่สุด หรือเป็นไปได้ไม่ควรกู้ยืม ควรจะค่อยๆ บริหารจัดการ พัฒนาเติบโตไปตามลำดับ อาจจะช้าแต่มั่นคงและยั่งยืน เพราะปัจจัยภายนอกหลายอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น เศรษฐกิจ หุ้น เป็นต้น แต่สิ่งที่เราควบคุมได้คือ การกู้ยืม หรือการใช้จ่าย ใช้จ่ายอย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล จะเป็นภูมิคุ้มกันตนเอง ไม่ให้เจ็บตัวไปตามกระแสของทุนนิยมในยุคโลกาภิวัฒน์
และในปัจจุบัน แนวคิดดังกล่าว เพิ่งได้รับการสดุดีจากสหประชาชาติ (UN) ผ่านการถวายรางวัล "ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์" (UNDP-Human Development Lifetime Achievement Award) ให้แด่พระมหากษัตริย์ของไทย เป็นการจุดประกาย การใช้ปรัชญา"เศรษฐกิจแบบพอเพียง"ไปสู่อาณาอารยประเทศทั่วโลก โดยสำหรับสหประชาชาติแล้ว พิธีถวายรางวัลเชิดชูเกียรติครั้งนี้ มีความหมายสำคัญยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกของโลก ที่สหประชาชาติได้จัดทำรางวัลเกียรติยศนี้ เป็นรางวัลเพียงหนึ่งเดียวในโลก !! (สุดยอดครับ)
นายอันนัน กล่าวว่า การพัฒนาคน โดยแก่นแท้เป็นแนวทางเรียบง่าย การพัฒนาคนเป็นเรื่องของการสร้างเสริมขีดความสามารถแก่ประชาชน มิใช่เพื่อเพียงคนสอง-สามคน มิใช่เพื่อคนจำนวนมาก แต่เพื่อคนทั้งปวงโดยถ้วนหน้า
การสร้างเสริมขีดความสามารถ ทำได้โดยผ่านทางการศึกษา การขยายโอกาส และทางเลือกสุขอนามัย และโภชนาการ การพัฒนาคน-เป็นเรื่องของการเสริมสร้างขีดความสามารถ ในการขยายโอกาสแก่ปัจเจกชน ที่จะเลือกให้มีชีวิตยืนยาว ด้วยการมีสุขพลานามัยที่แข็งแรง เป็นบุคคลากรที่มีความรู้ และความคิดที่สร้างสรรค์
เลขาธิการยูเอ็น
กล่าวว่า สหประชาชาติ ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาคนเป็นลำดับแรก
และหากการพัฒนาคน หมายถึง การให้ลำดับความสำคัญแก่ประชาชนเป็นอันดับแรก
ก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกแล้ว
ที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่า"การพัฒนาคน"ภายใต้แนวทางของพระองค์
หลังจากที่ได้ทรงอุทิศพระวรกาย และทรงงานโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของปวงชนชาวไทย โดยไม่เลือกเชื้อชาติ วรรณะ
ศาสนา
สหประชาชาติ ยังได้ขนานพระนามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ทรงเป็น "พระมหากษัตริย์นักพัฒนา" ทรงงานด้านพัฒนาชนบท ที่ยังประโยชน์นานัปการ ต่อประชาชนนับล้านคนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการเกษตรขนาดเล็ก ด้วยเทคโนโลยีเหมาะสม โครงการพัฒนาพื้นที่สูงในภาคเหนือ เปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่น เป็นแหล่งปลูกพืชทดแทน ตลอดจนโครงการสนับสนุนด้านสุขภาพอนามัย
ที่สำคัญยิ่งก็คือ นายอันนันกล่าวถึง พระปรีชาสามารถในการเป็น "นักคิด" ที่ทำให้นานาประเทศที่ตื่นตัวในการปรับรูปแบบการพัฒนา ภายใต้แนวคิดใหม่ ซึ่งว่าด้วย "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" เน้นความสมดุล องค์รวม และยั่งยืน ภายใต้หลักการของ "ความพอประมาณ" และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอที่จะต้านทาน ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากกระแสโลกภิวัฒน์
"ปรัชญาดังกล่าว ซึ่งเน้นแนวทางการเดินทางสายกลาง ทำให้สหประชาชาติ มีปณิธานที่จะส่งเสริมประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติในการนำปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" อันทรงคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านไปใช้ เพื่อจุดประกายแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่สู่นานาประเทศต่อไป" นายอันนันกล่าว
เห็นกันแล้วใช่ไหมครับ ขนาดนานาประเทศยังยกย่องเชิดชู ปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมรางวัลเชิดชูพระเกียรติเพียงหนึ่งเดียวในโลก เป็นแนวคิดในการใช้องค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ใช้ประสบการณ์ความล้มเหลวจากทุนนิยม มาพัฒนาเป็นแนวทางสายกลาง ที่มีเหตุมีผล ประกอบด้วยองค์ความรู้ในทุกๆ การกระทำ ทำให้แนวคิดนี้สามารถอยู่รอดในเศรษฐกิจโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ เมื่อได้รู้กันแบบนี้แล้ว ตอบตัวเองได้หรือยังครับ "ทำไมเราจึงรัก พระเจ้าอยู่หัว ?"
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ^^
edit @ 3 Dec 2009 23:53:04 by no-late